พฤศจิกายน 20, 2017

ความรู้เบื้องต้นการเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ(หมูหลุม)

 

ทางเลือกสำหรับเกษตรกร “เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ กำไรดี รายได้หมุนเวียน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม”


การเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ (หมูหลุม) ทางเลือกของเกษตรกร ผู้ที่มีความนิยมชมชอบการเลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย เนื่องจากการเลี้ยงสุกรขุนที่เลี้ยงกันทั่วไปมีต้นทุนการเลี้ยงสูง วัตถุดิบอาหารสัตว์และปฏิชีวนะมีราคาแพง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรประสบปัญหาขาดทุน การเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ (หมูหลุม) เน้นการใช้วัสดุที่มีอยู่ตามธรรมชาติและในท้องถิ่นเป็นหลัก หาง่าย ราคาถูก และสามารถนำวัสดุที่เหลือใช้ต่าง ๆ กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีก ทำให้ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงสุกรได้ค่อนข้างมาก อีกทั้งเป็นการพึ่งพาอาศัยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันระหว่างพืชกับสัตว์ กล่าวคือ เมื่อมีการปลูกพืชเกษตรกรสามารถใช้พืชหรือเศษพืชผัก และผลไม้ต่าง ๆ กลับมาทำเป็นอาหารหมักเลี้ยงหมูหลุมได้ ในทำนองเดียวกันพืชก็สามารถใช้ประโยชน์จากหมูหลุมได้เช่นกัน โดยการใช้วัสดุที่อยู่ในหลุมซึ่งถูกย่อยสลายและหมักโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่ให้ประโยชน์ กลายเป็นปุ๋ยหมักอย่างดีนำไปใช้ปรับปรุงบำรุงดิน และเป็นอาหารของพืชได้ ช่วยทำให้การผลิตทั้งพืชและสุกรมีต้นทุนการผลิตลดน้อยลง การเลี้ยงหมูหลุมจะไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของมูลสุกร น้ำเสีย และช่วยรักษาสภาพแวดล้อม หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและปฏิชีวนะ ทำให้ได้เนื้อสุกรที่ปลอดภัยจากสารพิษไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสามารถนำไปปรับใช้กับการทำการเกษตรแบบผสมผสานได้

ข้อดีของการเลี้ยงสุกรแบบธรรมชาติ (หมูหลุม) 

1. สามารถใช้วัสดุต่าง ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติและในท้องถิ่น หาง่าย ราคาถูก
2. ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากมูลสุกรและน้ำเสีย
3. สามารถเลี้ยงในชุมชนได้ เนื่องจากไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นจากมูลสุกรและแมลงวัน
4. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการล้างทำความสะอาดคอกและบำบัดน้ำเสีย
5. มีระบบการหมุนเวียนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในคอกหรือหลุมสุกร
6. มูลสุกรและวัสดุในหลุมซึ่งถูกหมักและย่อยสลายโดยจุลินทรีย์กลายเป็นปุ๋ยหมักอย่างดีนำไปเป็นปุ๋ยให้กับพืช ปรับปรุงดินบำรุงดิน หรือจำหน่าย
7. ต้นทุนการผลิตต่ำโดยเฉพาะต้นทุนด้านอาหารสามารถลดได้ไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
8. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือยาปฏิชีวนะ ทำให้ผลผลิตมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
9. เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงและระบบเกษตรอินทรีย์

p01
ภาพที่ 1 ลูกสุกรสามสายเลือดที่นำมาเลี้ยงแบบสุกรหลุม


การเลี้ยงหมูหลุมจะให้ประสบผลสำเร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ถูก
หลักวิชาการจะทำให้การเลี้ยงหมูหลุมประสบผลสำเร็จ ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นของมูลสุกร ไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อม มลภาวะไม่เป็นพิษ ตลอดจนสุขอนามัยของผู้เลี้ยงและสุกรดี มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

1. การสร้างโรงเรือนและคอกสำหรับเลี้ยงหมูหลุม
2. การเตรียมพื้นคอกหมูหลุม
3. การผลิตเชื้อราขาวหรือจุลินทรีย์ท้องถิ่น สำคัญมากต้องทำ ขาดไม้ได้
4. การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากพืช มี 3 ชนิด
    4.1 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากพืชสีเขียว
    4.2 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากผลไม้สุก
    4.3 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากพืชสมันไพร
5. การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากน้ำซาวข้าว มี 3 ชนิด
    5.1 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากน้ำซาวข้าวกับเปลือกไข่
    5.2 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากน้ำซาวข้าวกับถ่านกระดูกสัตว์
    5.3 การทำน้ำหมักจุลินทรีย์จากน้ำซาวข้าวกับนมสด
6. การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ จาก กุ้ง หอย ปู ปลา ไส้เดือน และรกสุกร อย่างใดอย่างหนึ่ง
7. การทำอาหารหมักสำหรับหมูหลุม
8. การทำน้ำหมากฝรั่งสำหรับหมูหลุม
9. การเลี้ยงและการจัดการหมูหลุม

หมายเหตุ จุลินทรีย์จากธรรมชาติทุกชนิดมีความสำคัญต่อการเลี้ยงหมูหลุมอย่างมาก