พฤศจิกายน 19, 2017

untitled 1_1เผาแกลบให้เป็นเงิน  โดยใช้เตาขนาด 200 ลิตร  ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันที่ 19 มีนาคม  2553 ปีที่ 40  ฉบับที่14,415

untitled 5 ข้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชนคนไทยมาตั้งแต่อดีตกาล  ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นอาหารของคนกว่าครึ่งโลก  พื้นที่ปลูกข้าวในประเทศประมาณ  57  ล้านไร่  เป็นพื้นที่ปลูกข้าวจ้าว  59  ล้านไร่    และข้าวเหนียว  18  ล้านไร่  ปัจจุบันในหลาย ๆ  พื้นที่ได้เปลี่ยนกระบวนการและขนบธรรมเนียมประเพณีในการทำนา  จากในอดีตมีการลงแขกในการดำนา  การเกี่ยวข้าว  การนวดข้าว  มาเป็นการจ้างแรงงานจากคนหรือใช้เครื่องจักรกลแทนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บเกี่ยวข้าว  จากกระบวนการเกี่ยวข้าว  ตากไว้บนตอซังหรือคันนา  2-3  แดด  แล้วมัดรวมเป็นกำ  หาบข้าวมากองรวมกันที่ลานนวดข้าว  และช่วยกันนวดข้าว  จากกระบวนการนี้ชาวนาก็จะได้ข้าวที่มีความชื้นหลงเหลือในเมล็ดน้อยหรือว่าข้าวแห้ง  จนสามารถจะนำไปสีที่โรงสีนำมาบริโภคได้  และก็สามารถนำไปเก็บไว้ในยุ้งฉางได้  ผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งก็คือขาวนาสามารถนำฟางข้าวไปสุมเป็นกองไว้เป็นอาหารของวัวควายในฤดูแล้ง  สามารถนำฟางไปคลุมแปลงปลูกหอม  กระเทียมและยังขายเปลี่ยนจากฟางเป็นเงินได้

แต่ปัจจุบันเมื่อข้าวที่ชาวนาปลูกไม่ว่าจะเป็นข้าวนาปีหรือข้าวนาปรัง  เมื่อสุกแก่ก็จ้างรถเกี่ยวข้าวมาเกี่ยว  ซึ่งเมล็ดข้าวที่ใช้รถเกี่ยวยังมีความชื้นในเมล็ดอยู่มาก  ไม่สามารถนำไปสีมาบริโภคได้  ไม่สามารถนำมาเก็บไว้ในยุ้งฉางได้  ฟางก็ไม่สามารถจะเก็บไว้ได้หรือขายก็ไม่มีใครซื้อ  นี่ก็เป็นสาเหตุที่ชาวนาต้องขายข้าวเปลือกและซื้อข้าวสารมาบริโภค  ยุ้งฉางที่เคยตั้งอยู่ข้างบ้านก็อันตรทานหายไปอยู่ในรีสอร์ท    ธุรกิจโรงสีข้าวในชุมชนก็ล้มหายตายจากเนื่องด้วยไม่มีข้าวมาสี  วิธีชีวิตในการทำการเกษตรแบบผสมผสานคือเอาข้าวไปสี  จะได้ข้าวมาบริโภค  ได้ปลายข้าวและรำมาเลี้ยงสัตว์ก็เปลี่ยนไป ราคาข้าวสารจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับโรงสีข้าวขนาดใหญ่ที่อยู่ในเมือง  ราคาเนื้อสัตว์ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ครบวงจร  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกษตรกรได้จากผลพลอยได้การทำนานำมาใช้ประโยชน์กับการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ก็สูญสิ้นจนในที่สุดเกษตรกรจะเลี้ยงสัตว์ก็ต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปจากบริษัท  ไม่ว่าจะเป็นอาหารวัว  อาหารหมู  อาหารไก่  อาหารปลา  แม้แต่อาหารหมาและแมวก็ต้องซื้อ  ซึ่งแตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง  ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ในมือของบริษัทหรือโรงสีใหญ่ ๆ  ต้องซื้อทุกอย่างเปลือกข้าวที่แต่ก่อนให้กินฟรีๆ  นำมาผสมกับดินใช้ปลูกต้นไม้  ตอนนี้ต้องซื้อขนาดกระสอบปุ๋ย ขายอยู่กระสอบละ  5  บาท  ขึ้เถ้าแกลบหรือชาวบ้านเรียกแกลบดำกระสอบปุ๋ยกระสอบละ  50  บาท  ชาวบ้านที่เจาะน้ำใต้ดินมาใช้อุปโภคบริโภคได้น้ำที่เป็นสนิมเหล็กคือน้ำมีสภาพเป็นกรดหรือน้ำฮาก   ก็จะใช้ขี้เถ้าแกลบซึ่งคุณสมบัติเป็นด่างกรอง  จะเพาะเมล็ดพันธ์หรือผสมดินปลูกต้นไม้ก็ต้องใช้ขี้เถ้าแกลบผสมจึงจะดี

ในครั้งนี้จะขอแนะนำกรรมวิธีการเผาแกลบให้เป็นขี้เถ้าแกลบโดยใช้ถังขนาด  200  ลิตร  ซึ่งเป็นขบวนการที่ง่าย  ได้ขี้เถ้าแกลบที่เป็นแกลบกัมมันหรือแอคติเวเต็ดคาร์บอน  มีน้ำหนักเบา  รูพรุนมาก  สามารถนำมาเป็นถ่านอัดแท่งพลังงานสูงได้  ดูดซับกลิ่นได้ดี  ใช้กรองน้ำที่เป็นสนิมเหล็กหรือน้ำฮากได้  ใช้ขี้เถ้าแกลบ  1  ส่วนผสมกับดิน  1  ส่วน  ปักชำกิ่งไม้ได้  เป็นวัสดุเพาะเมล็ดได้ดีมากa2

ประโยชน์ของขี้เถ้าแกลบ

1.  ใช้เป็นวัสดุสำหรับกรองน้ำฮากหรือน้ำสนิมเหล็ก

2.  ใช้เป็นวัสดุเพาะกล้าหรือปักชำ  หรือเพาะเมล็ด

ขี้เถ้าแกลบ                            1  ส่วน

ดินหรือทราย                        1  ส่วน

3.  ใช้เป็นวัสดุผสมดินปลูกต้นไม้ในกระถางหรือภาชนะ

ขี้เถ้าแกลบ                            1  ส่วน

ดิน                                          1  ส่วน

ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายแล้ว       1  ส่วน

เปลือกมะพร้าวสับ              1  ส่วน

4.  ใช้เป็นวัสดุดูดซับกลิ่นในตู้กับข้าวหรือตู้เย็น

นำขี้เถ้าแกลบบรรจุในถุงผ้าหรือจะเย็บเป็นตัวการ์ตูนหรือรูปสัตว์ต่าง ๆ

5.  ใช้ทำถ่านอัดแท่งพลังงานสูง

ขี้เถ้าแกลบ                            10  ส่วน

แป้งผ้าหรือแป้งมัน                 1  ส่วน

ผสมให้เข้ากัน  โดยผสมน้ำพอหมาด  แล้วนำไปขึ้นรูปเป็นแท่ง  มีรูตรงกลาง เสร็จนำไปตากแดด  3  วัน  นำมาใช้ในเตาได้

6.  ใช้บรรจุในหมอนหรือที่นอนในธุรกิจสปาร์

a1

วิธีการเผาแกลบถัง 200 ลิตร

ลักษณะเด่น

  1. ใช้แกลบเป็นวัสดุในการเผา
  2. ใช้เวลาเผาน้อยกรรมวิธีไม่ยุ่งยาก
  3. ได้แกลบดำที่มีคุณภาพไม่เป็นเถ้าละเอียด,ใส่ต้นไม้ได้ดี,ดูดกลิ่นในตู้เย็นได้ดีเนื่องจากมีรูพรุนสูง
  4. อุปกรณ์ประกอบเตาหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องก่อสร้างทั่วไป
  5. ตัวเตาดูแลรักษาง่ายอายุการใช้งานนาน

 

 

ด้านกรรมวิธีการผลิต

1   ใช้เวลาในการเผาถ่านสั้น(ภายใน ครึ่งวัน)

2.    ควบคุมอากาศในการเผาไหม้ได้ตามต้องการ

  1. การเผาแกลบเกิดเป็นขี้เถ้าน้อย
  2. สามารถใช้แรงงานคนเดียวในการเผา

วิธีการจุดเตาuntitled 6

1. นำแกลบดิบมาใส่ลงในถังขนาด 200 ลิตร  โดยรองก้นถังด้วยตะแกรงรูขนาดที่แกลบไม่หลุดผ่านได้  วางบนอิฐเพื่อให้อากาศผ่านเข้าได้สะดวก

2. ใส่แกลบให้เต็มถัง  นำกระป๋องโคกปิดรูปล่องควันทั้ง 3 ข้าง

3. การจุดไฟจะจุดด้านบนเพราะแกลบจะไหม้จากบนลงด้านล่าง โดยใช้กระดาษหรือวัสดุติดไฟอื่นๆ ล่อไฟให้ไหม้แกลบ  โดยจะต้องมีพัดลมเป่าเข้าหน้าเตาด้านล่างของตัวถัง เพื่อช่วยให้ไฟติดเร็วขึ้น

4. เมื่อไฟด้านบนติดแล้วใช้ฝาถังปิดถังให้สนิทไม่ให้มีอากาศด้านบนเข้า  เปิดปล่องควันด้านบนฝาถังเพียง 1 ปล่อง รอจนไฟติดแล้วค่อยปิดพัดลมใช้เวลาเผาประมาณ 5-6 ชั่วโมงแกลบจะไหม้กลายเป็นแกลบดำหมดทั้งถัง

untitled 5 5. การปิดหน้าเตาเมื่อแกลบกลายเป็นขี้เถ้าแกลบ โดยปิดหน้าเตา ปิดปล่องควันด้านบนทุกปล่อง แล้วปิดหน้าเตาด้านล่างใช้ดินผสมน้ำปะอีกรอบเพื่อไม่ให้อากาศเข้าได้ เมื่ออากาศเข้าไม่ได้ไฟในเตาจะดับไปเอง

ท่านผู้อ่านท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์พิชัย  สมบูรณ์วงศ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการเกษตร สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 053-873938-9  ในวันและเวลาราชการ

นำเสนอข่าวโดย
ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร  สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  โทร. 053-873938-9

thainewsscan 19-3-53

 

หมวด: อื่นๆ