กันยายน 20, 2017
raw6-1นสพ.เตือนบริโภคเนื้อหมูดิบ

 

raw4ประเทศไทยทั่วทุกภูมิภาคได้รับผลกระทบจากพายุและมรสุมหลายลูกที่พัดผ่านเข้ามา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไป และพื้นที่ทางการเกษตรหลายจังหวัดเกิดอุทกภัยน้ำท่วม บางพื้นที่ภูเขาถล่ม เนื่องจากต้นไม้ที่ทำหน้าที่อุ้มน้ำ ยึดดินถูกตัดโค่นทำลาย ส่งผลให้ดินสไลด์พัดพาดินโคลนและต้นไม้ ท่อนซุง ทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัย สร้างความเดือนร้อนและเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพหนีน้ำท่วมขึ้นที่สูง บางรายต้องหนีน้ำขึ้นบนชั้น 2 หรือบนหลังคาของบ้าน ส่วนที่น้ำท่วมจนมิดหลังคาบ้าน ต้องหอบลูกจูงลูกหลาน คนแก่ คนป่วย และสัตว์เลี้ยง ไปอยู่บนพื้นที่สูง น้ำเข้าท่วมเลือกสวนไร่นา และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ เกิดการขาดแคลนอาหารน้ำดื่มทั้งคนและสัตว์ คนยังมีอาหารแห้ง ข้าวกล่องเพื่อยังชีพ แต่สัตว์เช่น วัว ควาย หมู ไม่มีอาหารกล่องหรือแม้แต่หญ้าแห้งกิน พื้นที่แปลงหญ้าก็ถูกน้ำท่วม ขาดแคลนน้ำที่สะอาดให้สัตว์กินบางพื้นที่ต้องปล่อยให้สัตว์อยู่ในที่น้ำท่วมขัง ผลดังกล่าวทำให้สัตว์เกิดความเครียดภูมิคุ้มกัน และภูมิต้านทานลดต่ำลงง่ายต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ทำให้สัตว์ตายได้ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคทีเกิดจากความเครียดของหมูเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อคนที่บริโภคเนื้อหมูดิบ

โรคหูดับ หูบอด หรือหูหนวกraw5

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกชื่อว่า สเตรปโตคอดคัส ซูอีส อยู่ในสารสเตรปโตคอดคัส โดยปรกติทั่วไปแล้วหมูทุกตัวจะมีเชื้อนี้อยู่ในต่อมทอนซิลอยู่แล้ว แต่จะไม่ได้ก่อให้เกิดโรคนี้ เว้นเสียแต่ว่าเมื่อใดหมูที่เลี้ยงเอาไว้มีร่างกายอ่อนแอ ป่วยด้วยโรคต่างๆ ที่ไปกดภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมูเกิดอาการเครียด เนื่องจากคอกที่อยู่แออัด คอกแคบๆ อากาศร้อนอบอ้าว หนาว น้ำท่วม อาหารไม่พอทำให้แย่งกันกินอาหาร เชื้อแบคทีเรียตัวนี้ก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและติดเข้าไปในกระแสเลือดทำให้หมูป่วยและตายไปในที่สุด

              การแพร่ระบาดสู่คน เชื้อสเตรปโตคอดคัส ซูอีส เข้าสู่ร่างกายของคนได้ 2 ทางคือ ผ่านทางบาดแผล เยื้อบุตา หรือจับสัมผัสหมูที่เป็นโรคโดยตรง เช่น เกษตรกรที่เลี้ยงหมู คนงาน คนชำแหละเนื้อหมู สัตว์บาล คนงานที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ และจากraw6การที่กินเนื้อหมูดิบไม่ผ่านการปรุงให้สุก เช่น ทำลาบหมูดิบ หลู่หมู หมูจุ่มที่ไม่สุก หมูกระทะที่ไม่สุก หมูปิ้งย่างที่ยังไม่สุกดี เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ภายใน 3 วันจะแสดงอาหารคือ ไข้สูง ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน เชื้อจะลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขข้ออักเสบ ม่านตาเกิดการอักเสบ และเนื่องจากเยื้อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับปลายประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง ทำให้เชื้อลุกลามและเกิดหนองบริเวณปลายประสาททรงตัว และประสาทรับรู้เสียง ทำให้หูฟาด เพี้ยน หูตึง หูดับ และหูหนวกในที่สุด  และจะเกิดอาการทรงตัวในขณะเดินไม่ได้ เวียนหัว เดินเซ รวมทั้งอาการกระตุก ถ้าหากผู้ป่วยไปโรงพยาบาลช้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อจะเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้โลหิตเป็นพิษและตายในที่สุด

raw3

 

หากจะพูดถึงเรื่อง  “น้ำท่วม”  ในปัจจุบัน คงจะไม่เชยจนเกินไป กลับจะเป็นหัวข้อในวงสนทนาที่ทันสมัยด้วยซ้ำไป   เนื่องด้วยในห้วงเวลาที่ผ่านมา ใน ปี พ.ศ. 2554   ปํญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นแทบจะทั่วประเทศในขณะนี้ เป็นปัญหาที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาลเป็นยิ่งนัก    เนื่องจากส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ และ ส่งผลกระทบถึงประชาชนโดยตรง  ไม่เพียงเท่านั้น  สัตว์เลี้ยงก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
ผลกระทบที่เกิดกับสัตว์ อาจแบ่งได้ตามลักษณะการหลากมาของน้ำ  ได้แก่  ผลกระทบที่มาจากน้ำป่าไหลหลาก ในกรณีนี้มักส่งผลทำให้สัตว์ตายจากการจมน้ำ  เนื่องจากความแรง ความเชี่ยวกรากของน้ำ  สัตว์ส่วนใหญ่จะต้านทานไม่ไหว โดยเฉพาะ ในไก่  สุกร  สุนัข  แมว รวมถึง โค  บางพื้นที่ อาจมีของแถมเป็นดินโคลน และ ท่อนซุงด้วย   ส่วนผลกระทบที่มาจากน้ำท่วมประเภทน้ำท่วมขัง จะมีผลกับสัตว์ในระยะยาว ขึ้นกับว่า น้ำท่วมขังนั้นกินระยะเวลายาวนานเท่าไร ยิ่งระยะเวลายาวนานมาก ก็จะยิ่งส่งผลกระทบมาก   ผลที่เห็นได้ประการแรก  คือ การขาดพื้นที่ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์  เนื่องจาก จะต้องนำสัตว์ขึ้นไปอยู่บนที่สูง น้ำท่วมไม่ถึง  เช่น  ตามข้างถนน  บนหลังคาบ้าน ฯลฯ ซึ่งมักพบในสัตว์กลุ่ม  สุนัข  แมว  โค  กระบือ  ส่วนสัตว์ที่เลี้ยงในระบบฟาร์มอย่าง  สุกร  ไก่  ซึ่งมักเลี้ยงในปริมาณมากๆอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด จึงยากต่อการเคลื่อนย้ายในเวลาที่เกิดน้ำท่วม น้ำหลาก ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินอย่างหนึ่ง  ผลประการต่อมา  ได้แก่ ปํญหาการขาดแคลนอาหารสัตว์ ซึ่งจะเห็นได้ชัด ในสัตว์กลุ่มที่ต้องใช้พืชอาหารสัตว์เป็นหลักในการดำรงชีวิต เช่น  โค  กระบือ  แพะ  แกะ  ม้า  เพราะ พื้นที่แปลงหญ้า  ทุ่งนา  ถูกน้ำท่วมขัง  ,  การขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำกินที่สะอาดสำหรับสัตว์   โดยผลดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลในระยะยาวต่อสัตว์   ทำให้สัตว์เกิดความเครียด  ภูมิต้านทานโรคลดต่ำลง  ง่ายต่อการติดเชื้อโรค  อาทิ  โรคคอบวม ในโค กระบือ  ซึ่งมักพบในช่วงที่ โค กระบือ เกิดความเครียด และทำให้โค กระบือ ถึงแก่ความตายได้  ,  โรคปากและเท้าเปื่อยใน โค กระบือ และ สัตว์กีบคู่อื่นๆ  ซึ่งติดต่อและระบาดได้อย่างรวดเร็ว  ,  โรคทางระบบทางเดินหายใจในสัตว์ทุกชนิด  เช่น  หวัด   ปอดบวม   สำหรับในไก่ อาจพบไก่ป่วยตายด้ยโรคอหิวาต์   โรคนิวคาสเซิล  โรคหลอดลมอักเสบ  เป็นต้น  ส่วนในสุกรโดยเฉพาะลูกสุกรเล็กๆที่ได้รับความเครียด  มักแสดงอาการท้องร่วง  ถ่ายเหลว  และมักถึงแก่ความตายได้ง่าย  สำหรับในสุกรขุน  สุกรใหญ่  ต้องระมัดระวังโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  สเตรปโตคอคคัส  ซูอิส  ซึ่งภาวะความเครียดจะเป็นปัจจัยโน้มนำทำให้สุกรติดเชื้อได้ง่ายขึ้น  โดยที่ตัวสุกรอาจไม่แสดงอาการป่วยให้เห็นอย่างเด่นชัด แต่เชื้อสามารถปนเปื้อนมากับ เนื้อและเลือดของสุกรได้   และสิ่งที่สำคัญ คือ โรคนี้สามารถติดต่อมาสู่คนได้  โดยคนจะติดโรคได้จากการกิน เนื้อและเลือดของสุกร แบบดิบๆ หรือ สุกๆดิบๆ เช่น  ลาบ  หลู้   เป็นต้น   ซึ่งในคนมักเรียกโรคนี้ว่า  โรคหูดับ

ท่านผู้อ่านท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
น.สพ. ไพโรจน์  พงศ์กิดาการ     คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จ. เชียงใหม่  50290   
โทร. 053-873938-9 ในวันและเวลาราชการ  

รายงานโดย

อาจารย์ พิชัย สมบูรณ์วงศ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ  และสมศักดิ์ ศิริ นักวิชาการเกษตร งานถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  โทร. 053-873938-9